ตั้งแต่ 2325 - 2561

HISTORY
OF
TEAKตั้งแต่ 2325 - 2561

ทำไมต้องไม้สัก

การเลือกใช้ไม้สำหรับปูพื้น สร้างบ้านคงหนีไม่พ้นการพิจารณาที่ความคงทน สวยงาม

และที่สำคัญคือมีการหดขยายตัวน้อย ซึ่งไม้สักนั้นมีคุณสมบัติครบถ้วนทุกอย่าง คงทนต่อสภาพอากาศ

มีสารที่แมลงไม่ชอบตามธรรมชาติ สารตัวนี้จะเกิดขึ้นในเนื้อไม้สักที่มีอายุยืนยาวอย่างในไม้สักพม่าเท่านั้น

จึงทำให้ไม้สักเป็นไม้ที่ถือว่าคงทน ปลวกไม่ค่อยขึ้น


จากประวัติศาสตร์ มนุษย์ได้มีการนำไม้มาใช้เป็นส่วนประกอบหลักของการต่อเรือมาช้านาน จนกระทั่งมีการนำเหล็กมาใช้เป็นส่วนประกอบหลักทดแทนเมื่อเรือมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นและมีปริมาตรบรรทุกที่มากขึ้น อีกทั้งยังมีพิกัดเดินทางระยะไกลมากขึ้น ดังนั้นคุณภาพของไม้ที่จะถูกนำมาเพื่อเป็นส่วนประกอบเรือทั้งใหญ่และเล็กต้องมีคุณสมบัติทนทานต่อทุกสภาวะในการเดินทะเล มีการนำพันธุ์ไม้เนื้อแข็งต่างๆ มาใช้เป็นส่วนประกอบในการสร้างเรือ แต่ว่าไม้สักจัดอยู่ในไม้ที่มีคุณค่ามากที่สุด อันเนื่องมาจากคุณสมบัติของไม้สักคือ อยู่ได้นาน ทนทานแข็งแรง และมีการหดหรือขยายตัวน้อยมากจึงทำให้ไม้ไม่แตกร้าว


ไม้สักได้มีการถูกกล่าวถึงอย่างมากมายในวรรณกรรมโบราณและในหมู่นักเดินทางชาวอินเดีย ซึ่งเลื่องลือถึงคุณสมบัติอันโดดเด่นทั้งหลายของไม้สักและคุณค่าของมัน แต่ไม่ได้มีการศึกษาหรือรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาชาวยุโรปได้เข้าใจถึงคุณค่าของไม้สักและมีการนำไม้สักไปใช้แทนที่ไม้โอ๊คและไม้ไพน์ในการสร้างเรือ เป็นเหตุให้กลุ่มมหาอำนาจชาวยุโรปออกกฎไม่ให้ชาวพื้นเมืองที่อยู่ภายใต้อาณานิคมใช้ไม้สัก แต่ในทางกลับกัน ชาวยุโรปได้นำไม้สักไปประกอบเรืออย่างแพร่หลาย โดยมีสิ่งยืนยันคือเหล่าซากเรืออับปางที่พบได้ทั่วโลก


นอกจากอินเดียแล้วประเทศพม่าก็เป็นแหล่งกำเนิดไม้สักชั้นดีของโลก แต่ในช่วงยุคล่าอาณานิคม ป่าไม้สักในประเทศเหล่านี้เริ่มเสื่อมโทรม เป็นเหตุให้พม่าปิดป่าเพื่อพักฟื้นและปลูกป่าเพื่อทดแทนและควบคุมการตัดไม้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ไม้สักที่มาจากพม่ามีลำต้นใหญ่และมีอายุมาก คุณสมบัติพิเศษอย่างหนึ่งของไม้สักพม่าที่มีอายุมาก คือมีสารเคมีชนิดหนึ่งที่มีการสะสมอยู่ในเนื้อไม้ที่มีอายุ ซึ่งเป็นสารที่แมลงและปลวกไม่ชอบ ทำให้ไม้สักที่นำไปใช้ทำที่อยู่อาศัย ปลอดภัยจากปลวกและแมลง และคงทนยาวนาน


ในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เนื่องจากไม้สักเป็นสินค้าที่นิยมโดยชาวยุโรป ทำให้มูลค่าของไม้สูงมาก ประกอบกับป่าไม้สักในพื้นที่ภาคเหนือของเมืองไทยที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้เมืองไทยมีการตัดไม้สักขายเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งช่วงปี พ.ศ. 2504-2509 คนไทยเริ่มมีการฟื้นฟูและปลูกป่าสักไทยอย่างจริงจัง ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 แต่เนื่องจากไม้สักไทยอายุยังถือว่าน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับไม้สักพม่า ที่มีการปลูกทดแทนมายาวนานกว่ามาก ทำให้ไม้สักพม่ามีคุณสมบัติเหมาะสมกับการใช้งานมากกว่า

ในปัจจุบันการใช้ไม้สักแพร่หลายมากกว่าแค่การใช้สร้างบ้านเรือน จึงได้มีการประยุกต์นำไม้สักไปใช้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นพื้นบ้าน ระเบียงไม้ วงกบประตู เก้าอี้สนาม หรือแม้กระทั่งไม้ดาดฟ้าของเรือยอร์ช ก็ล้วนใช้ไม้สักทั้งสิ้น